[BBFic] Love you,my boss! ;Class 2
posted on 28 Oct 2009 15:43 by fixtion in -Fiction-
จริงๆตอนนี้เขียนค้างไว้ 85% นานแล้ว
แต่เมื่อวานมันว่าง (พี่แย่งเล่นคอม) เลยนั่งปั่นจนจบ
ทำไมเดี๋ยวนี้รู้สึกฟิคตลกโปกฮา กะโหลกกะลามันเขียนง่ายวะ? ทั้งที่ปกติจะเขียนแนวนี้ทีนั่งคิดมุขแทบตาย
อาจจะเป็นเพราะเดี๋ยวนี้ลองเปิดใจให้กับซิทคอมบ้าบอของไทยแล้วด้วยมั้ง 5555
ขนาดพี่สาวยังถามเลย "แกดูละครแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่"
เอาเหอะ มันก็ฮาๆ คลายเครียดดี พระเอก-นางเอกก็ใช้ได้ (รถเมล์กับอ้วน 5555)
พอๆ แค่ฟิคตอนนี้ก็ปาไป10หน้าA4แล้ว ไม่อยากให้บลอคยาวไปกว่านี้-*-
Class 1 ไปหาได้ในหมวด Fiction นะจ้ะ.. (ขี้เกียจกลับไปตั้งเป็น Recomฯ)
Title : Love you,my boss! Class 2
Couple : Choi Seunghyun x Kwon Jiyong
Rating : PG-13 - NC-18
Author's note : เอนจอยครับ เอนจอย!
Class 2
ผ้าเช็ดหน้าที่เคยเป็นสีครีมของผมตอนนี้เริ่มจะกลายเป็นสีเทาทะมึน เพราะไอ้รอยฝุ่นที่อยู่บนใบหน้าและเสื้อผ้าผมเนี่ยแหละ ผมมองตัวเองในกระจกแล้วต้องถอนหายใจออกมา ไอ้มอมที่ไหนวะกู... สภาพดูไม่ได้เลยจริงๆ
แตกต่างกับกระจกบานใหญ่ อ่างน้ำเบ้อเริ่มหรือห้องน้ำที่โคตรหรูนี่เลย ไม่ใช่ห้องน้ำบ้านผมแน่ๆครับ มันคือห้องน้ำภายในห้องทำงานของเชวซึงฮยอน ไอ้หมอนั่นแหละ!
หลังจากที่อึ้งกับกางเกงแบรนด์เนมที่รักที่ตอนนี้ขาดวิ่นตรงเข่าซักพัก ผมก็ขอเค้าเข้ามาชำระสารรูปตัวเอง แต่หมอนั่นก็นั่งทำมิวสิคบนเก้าอี้ ไม่ได้พูดอะไรใดๆ ผมเลยถือวิสาสะเข้ามาซะเลย คิดไปคิดมา ผมจะโดนไล่ออกมั้ยเนี่ย เหอออ
ก็อก ก็อก
นั่นไง พูดถึงก็มาเลยไง มารคอหอย...
“ตายรึยัง” เสียงนุ่มภายนอกแว่วเข้ามา ถึงแม้จะเรียบนิ่งแต่ความหมายนั้นกวนประสาทที่สุด ผมเบี้ยวปากอย่างอารมณ์เสียกับกระจกก่อนจะเดินไปเปิดประตู
“ยังอยู่ดีครับ คุณเชวซึงฮยอน” ผมเปิดประตูผลัวะออกไป เจอเค้าเท้าแขนไขว้ขวายืนรออยู่ แหวะ ทำเป็นเก๊ก ไม่หล่อหรอกโว้ย ไม่หล่อ (เหรอ?)
เค้ามองมาที่ผมแวบนึงก่อนจะเบนหน้าไปอีกทาง ถ้าตาไม่ฝาด ผมเห็นเค้าหน้าแดงป่ะวะนั่น?
“คุณเป็นไรรึเปล่า?”
ผมทำท่าจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ แต่เค้ากลับถอยห่าง รังเกียจอะไรกู กูไม่ใช่ตัวเชื้อโรคนะเฟ้ย
“นาย ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยสิ๊” คำพูดของเค้าทำเอาผมมีเควสชั่นมาร์กอยู่บนหัวเป็นร้อยอัน เชวซึงฮยอนสบถกับตัวเองก่อนจะพยักเพยิดมาทางเบื้องล่าง เมื่อเค้าเห็นผมทำหน้าไม่เข้าใจในสิ่งที่เค้าพูด
ผมก้มลงมองตามทันที
หอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กูก็ว่าทำไมลมมันเย็น... ตอนนี้เบื้องล่างผมมีแค่กางเกงในตัวเดียวครับ ก็ดันไปถอดตอนที่จะเอาออกมาเช็ดอ่ะดิ!
ผมรีบปิดประตูใส่เค้าดังปัง!
“ลามก!”
“ใครกันแน่ ฮึ... ควอนจียง” เค้าเถียงกลับมา แต่ปากผมมันไม่ขยับต่อแล้ว
ผมพิงกำแพง จับหน้าตัวเองที่ตอนนี้ร้อนเป็นไฟ... ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันทำไมถึงอายได้วะ อาบน้ำร่วมกับไอ้ยองเบก็บ่อยไม่เห็นเป็นห่าไรเลย แต่กับเชว ซึงฮยอนคนนี้ ผมทั้งอับอายและเขิน! อย่างไรบอกไม่ถูก... นี่ผมเป็นอะไรวะเนี่ย
ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่ใส่กางเกงแค่นั้นนะครับ แต่จัดการใบหน้าที่มันแดงเถือกนี่น่ะสิ แล้วก็นั่งคิดด้วยว่าถ้าออกไปพบเชว ซึงฮยอนจะทำหน้ายังไง แต่ดีที่ชายคนนั้นไม่ได้มาเคาะประตูตามผมอีก เพราะดูท่าหมอนั่นคงช็อคไม่แพ้กันเหมือนผมนั่นแหละ
ผมโผล่หน้าออกไปสำรวจข้างนอกก่อน เจอซึงฮยอนนั่งเคาะโต๊ะ มองไปรอบๆ แล้วสุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ผม ผมยิ้มแหยๆ แล้วเดินออกมาจากหลังประตูห้องน้ำ
เค้ากอดอกเท้าคางแล้วมองผมหัวจรดเท้าพลางทำหน้าคิด อะไรวะ เหมือนโดนอะไรซักอย่างสแกนจนทะลุปรุโปร่งเลย
หมอนั่นลุกขึ้นแล้วเดินตรงมายังผมก่อนจะเดินผ่านไปเฉยๆ
“ไปกันเถอะ” เค้าพูดเบาๆ เชิงสั่ง ทำให้ผมต้องเดินตามไปอย่างเสียมิได้ เมื่อออกมานอกห้อง เลขาสาวสวยก็มองผมกับซึงฮยอนแล้วยิ้มกริ่ม ยิ้มไรวะ ผมรู้เพียงว่าไม่ใช่รอยยิ้มที่มีความหมายดีซักเท่าไหร่เลยแฮะ
“ท่านรองประธานจะไปไหนคะ” หญิงสาวเอ่ยดักไว้ แต่พ่อเจ้าประคุณแค่หยุดนิดหนึ่ง เอามือล้วงกระเป๋าแต่ใบหน้ายังมองตรงไปที่ลิฟท์
“ไปข้างนอก” สั้น ง่าย ได้ใจความ แต่ผมรู้สึกหมั่นไส้เป็นที่สุด ชิ
“แต่อีกหนึ่งชั่วโมง จะมีประชุมกับบอร์ดแล้วนะคะท่าน”
“งั้นก็ยกเลิกซะ ฉันไม่ไป มีธุระ” แค่นั้นแหละ ผู้ชายตรงหน้าผมก็เดินดุ่มไปไม่สนใจอะไรอีก ปล่อยให้เจ้าหล่อนหน้าเหวอเลยทีเดียว ผมก็ได้แต่ยิ้มแหย ช่วยอะไรไม่ได้ ขนาดผมเองยังอนาถใจเลยครับ
ผมกับเชว ซึงฮยอนยืนกันอยู่ในลิฟท์ มาด้วยกันนั่นแหละ แต่แปลกที่ผมกับเค้ายืนกันอยู่คนละฟากเลย เค้าก็ยืนเฉยๆนะ แต่ผมเนี่ยแหละ ตั้งใจจะห่างเอง ตัวอันตรายแบบนี้ห่างไว้เป็นดีที่สุดครับ เกิดเผลอๆ กระโดดขย้ำคอทำไงล่ะ แค่สายตาหมอนี่ก็มองผมจนเป็นรูพรุนทั่วตัวแล้ว
เค้าพาผมมายังลานจอดรถระดับผู้บริหารขึ้นไป ก่อนจะเดินยังไปสปอร์ตซีดานสีดำสุดหรู แม่เจ้าโว้ย อะไรจะรวยปานนั้นฟะ ซึงฮยอนเปิดประตูรถแล้วเดินเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ
แล้วผมล่ะ? เค้าให้ผมไปด้วยรึเปล่า รึให้มาส่งเฉยๆ ผมควรจะขึ้นไปดีมั้ย แต่กางเกงผมมันจะทำให้เบาะเค้าเปื้อนรึเปล่าเนี่ย?...
ผมตบตีกับความคิดอยู่ซักพัก หน้าต่างรถก็เปิดออกมา...
“ตกลงจะขึ้นมั้ย?” น้ำเสียงเค้าดูรำคาญเต็มทน
“ให้ผมนั่งได้จริงเหรอ”
“ไม่ได้แล้วจะพาเดินมาทำซากอะไร”
ครับท่าน ผมผิดตลอด คุณถูกเสมอ..
ผมบ่นอุบกับตัวเองก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูแล้วเข้าไปนั่ง แต่ยังไม่ทันที่ประตูจะปิดดี ไอ้คุณคนขับมันก็ออกรถแล้ว!
รถสปอร์ตสีดำแล่นด้วยความเร็วสูง จนผมต้องยึดเบาะไว้แน่นด้วยความกลัวตาย กูไม่อยากไปลงนรกนะโว้ยยยย ซึงฮยอนปาดคันโน้นคันนี้อย่างหวาดเสียว ผมอยากรู้จริงๆ ว่าเค้าเอาความอาจหาญกล้าขับรถแบบนี้มาจากไหน หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างนั้นก็เรียบนิ่ง นัยน์ตาสีดำไม่ฉายแววความรู้สึกใดๆ เช่นเดิม
เค้าคิดอะไรอยู่นะ...
เป็นคนที่อ่านยากจังแฮะ
“มองอะไร”
แหน่ะ รู้อีกว่าผมมอง
“เปล่า...”
“โกหก”
เอ้า ไอ้นี่... จะให้กูบอกว่ากูมองมึงให้ได้เลยใช่มะ
“ก็ได้ๆ ครับ ผมมองคุณ...”
“อืม... ทีหลังถามอะไร อย่าโกหกอีก”
เป็นใครมาสั่งสอนกูเนี่ย... ได้แต่บ่นในใจเท่านั้นแหละครับ
วืดดดดด!!
“เหวอออ”
จู่ๆ ซึงฮยอนก็หักพวงมาลัย ผมเลยตัวเอียงหน้าติดกระจกไปซะงั้น มันจะเลี้ยวดีๆ ไม่ได้รึไงวะ
“ขับรถดีๆ หน่อยสิครับ ผมยังไม่อยากตายตอนนี้นะ”
ดีนะผมรัดเข็มขัดไว้ ประตูก็ล็อค ไม่งั้นได้ปลิวออกไปข้างนอกแน่
ไอ้คนขับหันมาปรายตามองผมนิดหนึ่งอย่างดูแคลน ก่อนจะเหยียบคันเร่งเพิ่มเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
นี่ไอ้บ้านี่จะแกล้งผมใช่มั้ย?
“คุณเชว ซึงฮยอน! ผมพูดเป็นครั้งสุดท้าย ขับ-ช้า-ช้า! ว๊ากกกก”
ผมร้องเสียงหลงเมื่อรถที่ผมนั่งอยู่จะไปจูบตูดรถบรรทุกคันข้างหน้า แต่ยังดีที่คุณท่านเค้าไว หักพวงมาลัยเลี้ยวอย่างหวาดเสียว โอ้ย ขับรถเร็วขนาดนี้ ทำไมไม่มีตำรวจมาจับวะ หรือว่าไอ้โหดนี่มันเป็นผู้ทรงอิทธิพล!
“จะถึงแล้ว..”
ปึง!!!
เสียงผมกระแทกกับกระจกหน้าเองครับ! ก็ไอ้บ้าข้างๆผมเนี่ยแหละ เบรคกระทันหัน กูว่ารถไม่ชนกูตาย แต่กูชนกระจกรถมึงจนตัวช้ำตายเนี่ยแหละ ไอ้ห่า!
“เบรคทำไมเนี่ย” ผมบ่นอุบพลางลูบหัวป้อยๆ
“ก็บอกว่าจะถึงแล้ว”
แหม อุส่าต์เตือนกูก่อนตั้งสองวิ!
“เฮอะ!!”
“เฮอะอะไร ลงได้แล้ว” จะง้อหน่อยก็ไม่ได้นะมึง!
เชว ซึงฮยอนปลดเข็มขัดแล้วลงรถไป ผมจะงอนต่อก็คงไม่ได้ เพราะยังไงมันก็คงไม่ง้อผมแน่ๆ แล้วผมก็ไม่อยากอยู่บนไอ้รถมหาประลัยนี่ด้วย ไม่ไหว คลื่นไส้!!
ที่ๆเค้าพาผมมาคือห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ไฮโซแท้ๆ เท่านั้นที่สามารถจะเหยียบเข้าไปได้ อะไรวะ วันแรกก็มาช็อปปิ้งแล้ว แล้วจะพากูมาทำเพื่ออออ
เชว ซึงฮยอนเดินเข้าล้วงกระเป๋าเดินเข้าไปไม่รอผมเลยแม้แต่น้อย มันขายาวเกินไปรึไงวะ ทำไมผมเดินตามไม่ทัน
พอเข้ามาในตัวห้าง ผมก็ได้แต่ยืนเคว้ง ช็อคและอึ้ง ทึ่งและเสียว ทำไมมันหรูหราจังวะ!
ผมมาทำอะไรที่นี่เนี่ย!
“เอ่อ..คุณคะ”
“อะ.. ครับ?” ผมหันไปตามเสียงเรียก คนที่เรียกผมเป็นหญิงสาวในชุดรัดกุม น่าจะเป็นคนที่ดูแลที่นี่มั้ง
“คุณเข้ามาทำอะไรคะ”
“เอ่อ... มากับ.. เจ้านายอ่ะครับ.. คุณเชว ซึงฮยอน จาก เชวกรุ๊ป”
ผมตอบไปตามความจริง แต่ดูท่าทางเธอไม่เชื่อผมแม้แต่น้อย เธอมองผมหัวจรดเท้า เออ ก็เข้าใจว่าคงไม่เชื่อหรอก ก็สารรูปผมตอนนี้มันดูไม่ได้น่ะสิ เสื้อก็เปื้อน กางเกงก็ขาดวิ่น รองเท้าก็หัวเปิด
แม่ง ขอพาลไอ้บ้านั่นหน่อยเหอะ ลากกูมาทำไมในสภาพแบบนี้!
“คุณ.. เอ่อ กรุณาออกไปด้วยเถอะค่ะ”
“ผมมากับเจ้านายจริงๆครับ”
“อย่างคุณ ไม่เหมาะกับที่นี่หรอกนะคะ”
กูรู้ ไม่ต้องมาย้ำ!
ผู้หญิงคนนี้อะไรเนี่ย ผมไม่ได้โกหก แล้วผมก็ไม่ชอบคนที่ดูถูกคนอื่นอย่างนี้ด้วย!
ผมไม่สนใจ พยายามชะเง้อมองเชว ซึงฮยอนว่าอยู่ไหน ตอนนี้มันไปไหนของมันวะ ปล่อยให้กูโดนย่ำยีทางวาจาอยู่ได้!
“ซีเครลิตี้ มาเอาผู้ชายคนนี้ออกไป!” ชีแกเล่นแรงว่ะครับ!
ผู้ชายในชุดเครื่องแบบ วิ่งมาสองสามคนแล้วมาจับที่แขนผมคนละข้าง อะไรวะเนี่ย
“ปล่อยนะ ผมบอกว่าผมมากับเจ้านายจริงๆไงเล่า”
นี่มันมือหรือคีมวะเนี่ยที่จับแขนผม มันเจ็บไปหมด โอ้ย เพราะมึงคนเดียวไอ้เชว ซึงฮยอน!
“มีเรื่องอะไรกัน”
เสียงทรงอำนาจดังมาอีกทาง ทำให้ผมกับทุกคนในเหตุการณ์หยุดชะงัก
คนที่มาไม่ใช่ใคร.. เจ้านายผม เชว ซึงฮยอน และเป็นคนที่ทำให้ผมโดนคีมมนุษย์รัดแขนอยู่นี่ด้วย
“เอ่อ.. คือ ผู้ชายคนนี้แอบอ้างว่ามากับท่านนะค่ะ”
หมอนั่นฟังแล้วหันมามองผม ผมได้แต่เบี้ยวปากและใช้สายตาสั่งเค้าไปว่าบอกเค้าซะทีว่ากูมากับมึง!
“ดิฉันรู้ว่าเค้าไม่มีทางมากับท่านได้แน่ๆ ขอประทานโทษนะคะ”
ผู้หญิงคนนี้ก็ยังพล่ามไม่จบ-*-
“ปล่อย..”
“ห๊ะ”
“ฉันบอกให้ปล่อย... นั่น” ซึงฮยอนตอบก่อนจะพยักหน้ามาทางผม แต่ยัยป้านั่นก็คงยังไม่หายงง
แต่ไอ้นี่มันทำยังกับผมเป็นตัวอะไรซักอย่างงั้นแหละ มานั่นเนิ่น ชิชะ
“เค้ามากับฉัน” เท่านั้นแหละ ไอ้พวกยามก็ปล่อยแขนผมออกอย่างอัตโนมัติ
ผมรีบเดินไปยืนข้างหลังเชว ซึงฮยอนทันที แล้วยิ้มสะใจให้ไอ้พวกนั้น กูบอกแล้วว่ากูมากับไอ้คุณโหดนี่ ไม่เชื่อกันเอง ช่วยไม่ได้ แบร่ xp
“ขะ..ขอประทานอภัยจริงๆ ค่ะท่าน ดิฉันไม่ทราบจริงๆ”
ยัยเจ๊กุลีกุจอขอโทษซึงฮยอนเป็นการใหญ่ ผมว่าถ้ากราบได้คงลงไปกราบเลยมั้งเนี่ย เห็นแล้วก็สงสาร ลดความแค้นลงสองเปอร์เซ็นต์แล้วกัน
“ไม่เป็นไร...... แต่ถ้ามีครั้งหน้า..”
“….ฉันจะบอกลีซึงฮยอน ว่าห้างของเจ้านั่นมีพนักงานไร้คุณภาพ.....”
ขนาดผมไม่เกี่ยวยังต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกเมื่อได้ยินเสียงโหดๆนั่น แม่ง คุณมึงจะโหดไปไหน แต่มันรู้จักเจ้าของห้างนี่ด้วยเหรอวะ? ผมล่ะอิจฉาจริ๊ง พวกไฮโซ ไฮซ๊อเนี่ย โลโซอย่างผมก็ทำได้แค่เจ็บกระดองใจ
พูดจบหมอนั่นก็เดินลอยหน้าลอยตาไปตามนิสัย
คราวนี้ผมไม่ให้ซึงฮยอนห่างตัวเลยครับ เดินติดซะเป็นเงาตามตัวกันเลยทีเดียว เค้าเดินมาเรื่อยๆ จนถึงบริเวณแผนกเครื่องแต่งกายบุรุษ เสื้อผ้าแต่ละตัวแต่ละชิ้นนี่ขอบอกว่าถูกใจผมหลายตัว แต่ไม่มีปัญญาซื้อหรอกครับ แพงหูฉี่ขนาดนั้น
ซึงฮยอนเดินเข้าไปในร้านหนึ่ง ซึ่งผมก็จำใจเดินตามเข้าไป เจ้านายผมเล่นของแรงก่อนเลย จิออร์จิโอ้อาร์มานี่! หอกกก เกิดมาไม่เคยได้เหยียบเข้าเลยซักครั้ง เพราะรู้ว่าแม้แต่เศษผ้าของแบรนด์นี้ก็คงไม่มีปัญญาซื้อ วันนี้สวรรค์เข้าข้างผมแล้ว โฮฮฮ
หมอนั่นเดินเข้าไปจับๆดูๆ โค้ทที่ออกแบบเหมือนนาซีสไตล์จิออร์ เป็นตัวที่ผมกำลังเล็งอยู่เลยด้วย เคยเห็นในนิตยสารแฟชั่นวีคล่าสุดเนี่ยแหละ
ไม่นานเชวซึงฮยอนก็หยิบตัวนั้นขึ้นมาแล้วส่งให้ผม ผมก็รับมาอย่างเสียมิได้ อย่างว่านะ มันเป็นเจ้านาย ใช้ให้เราถือของแค่นี้อย่าบ่น อดทนไว้ ควอนจียง!
ถ้าเชวซึงฮยอนใส่โค้ทตัวนี้แล้วบอกว่าเป็นนาซีผมจะเชื่อในทันทีเลย แม่งหน้าโหดซะขนาดนั้น แต่อีกอย่างนึงคือ ผู้ชายตรงหน้าผมที่ยืนหันหลังให้อยู่นี่ต้องหล่อมากแน่ๆ ไม่ต้องจินตนาการอะไรมากก็เห็นภาพแล้ว
“ทำไมยังยืนอยู่..”
เสียงโหดๆ ขัดความคิดผมที่เตลิดไปไกล
“อะ... อะไรนะครับ”
“หูหนวกรึไง”
ซะงั้น ก็มึงเล่นพูดตอนกูกำลังเคลิ้มนี่หว่า เคลิ้มเรื่องมึงด้วย เฮ้ย ไม่ใช่ๆ กูไม่ได้เคลิ้มเวลาจิ้นภาพมึงใส่ชุดนาซีนะโว้ย ไม่ใช่!
“ฉันถามว่า.. ทำไมยังยืนอยู่ ฮึ ควอนจียง”
“แล้วคุณจะให้ผมไปไหนล่ะครับ”
“ทำไมไม่ไปลองชุด...”
ห๊า อึ้งครับท่านผู้ชม!! ใครก็ได้ช่วยแปลเกาหลีเป็นเกาหลีทีครับ
“คุณให้ผมไปลอง... ไอ้นี่...น่ะเหรอ”
ผมแทบจะเอาโค้ทนาซีในมือไปกระแทกหน้าไอ้คนตรงหน้าผม มึงพูดอะไรออกมา รู้ตัวม้ายย
“ใช่”
เหวอสิครับ ลองทำไม ทำไมต้องลอง แล้วทำไมต้องเป็นผม
“ทำไม” ปากไวเท่าความคิด
“ฉันทนสารรูปนายไม่ได้”
คิดก่อนพูดมั่งได้มั้ย คุณเชวซึงฮยอน
“แต่ยังไงผมก็ไม่มีปัญญาซื้อหรอก”
“ฉันรู้...” ขอบคุณที่ตอบว่ะครับ!
เจ็บจริงๆ คำนี้
“เพราะงั้น.. เลยคิดว่าจะซื้อเสื้อผ้าให้นายซักชุดสองชุด”
“แต่ผมรับไว้ไม่ได้หรอก” แต่กูอยากได้มากเลย จากใจจริง
“ถือซะว่าเป็นของขวัญที่ได้ร่วมงานกันแล้วกัน”
หมดคำพูดสิครับแบบนี้ ความมีน้ำใจของหมอนี่บวกกับความโลภของผมมันทำให้ปากที่อยากจะเล่นตัวอีกนิดหยุดชะงัก เชวซึงฮยอนก็เป็นคนดีเหมือนกันเว้ยเฮ้ย
“ไปลองได้แล้ว”
“ครับ”
อ้าว นี่กูตามน้ำไปกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่วะเนี่ย
“เดี๋ยวก่อน” เค้ารั้งผมไว้เมื่อผมกำลังจะหันหลังเดินไป
เชวซึงฮยอนเดินไปหยิบเชิ้ตที่มีสาบลายพราง กับกางเกงสีเขียวเข้ม แล้วก็บู๊ทสีดำสนิทแล้วยัดใส่มือผม ไม่อยากจะบอกว่าเซ๊นส์ด้านแฟชั่นของไอ้โหดนี่เข้าขั้นเทพมาก เพราะทุกอย่างมันแมทส์กันอย่างลงตัวเหมาะเจาะ
ผมที่จะท้วงว่ามันจะซื้อให้ผมทั้งตัวเลยเหรอก็ได้แต่เงียบไป เมื่อตาคมดุๆนั่นบ่งบอกประมาณว่า ‘หุบปาก แล้วทำตามที่ฉันสั่ง ไปลองซะ!’ ผมเลยได้แต่หันหลังแล้วแบกเสื้อผ้าราคาสูงลิ่วในมือเข้าห้องลองชุดอย่างจำนน
ไอ้ห่า มันทำตัวยังกะพาแฟนมาช็อปปิ้ง มาเดทไรงั้น
หอกก เดทเรอะ? คิดไปได้นะจียงเอ้ย คนที่เจอกันครั้งแรกจะมาเดทด้วยกันได้ไง ไอ้บ้า แล้วผู้ชายกับผู้ชายนะโว้ยยย ไม่ กูรับไม่ได้!
มันก็แค่การรับขวัญลูกน้องเท่านั้นล่ะวะ อย่าคิดมาก!
to be continued............


น่ารักมากค่ะ
จียงแบบคุณน้องช่างขี้กลัวมาก
แต่เป็นเราก็กลัวแม่งขับรถปานเหาะขนาดนั้น
รอตอนต่อไปนะคะ น่ารักมากเลยค่ะ
#1 By nubeer on 2009-10-28 19:07