[OS] The boy with that word

posted on 17 Apr 2012 23:03 by fixtion in -Fiction-
title : The boys with that word
author : iamwalnut (foolish)
genre : romantic comedy??
rating : PG-13 (this part)
note : เรื่องนี้้เป็น Ficlet จบในตอน... และยังไม่จบสมบูรณ์ดี เขียนเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก ตามอารมณ์และเวลาว่าง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
The boys with that word.
 
 
.
 
.
 
 
 
 

ควอนจียงคนนั้น………… ใสซื่อ เรียบร้อยคงแก่เรียนซะจนชเวซึงฮยอนหงุดหงิด

ควอนจียงคนนั้น………… ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าพูด มีเพื่อนสนิทที่อยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่คน

ควอนจียงคนนั้น………… ไม่แม้แต่จะกล้ามองหน้าชเวซึงฮยอน เพราะงั้นเรื่องที่จะได้สบตากันตรงๆ สักครั้งน่ะลืมไปได้เลย

ควอนจียงคนนั้น………… ทำให้ชเวซึงฮยอนอยากรู้จัก พูดคุยกับใครสักคน เป็นครั้งแรก…

 

ควอนจียงคนนี้…………. กินเหล้าเก่ง คอทองแดงยิ่งกว่าใคร ดูเจนโลกซะจนชเวซึงฮยอนหงุดหงิด

ควอนจียงคนนี้…………. กล้าหาญ ช่างพูด ช่างเจรจา เป็นศูนย์กลางของเพื่อนทุกคน

ควอนจียงคนนี้…………. สามารถนั่งจ้องใครสักคนโดยไม่รู้สึกเคอะเขินอะไรเลย เพราะงั้นชเวซึงฮยอนถึงเป็นคนที่ต้องหลบสายตาก่อน

ควอนจียงคนนี้…………. ทำให้ชเวซึงฮยอนอยากรู้จัก พูดคุยกับใครสักคน เป็นครั้งที่สอง…

 

 

ควอนจียง………….

 

 

ยังไงก็…… น่ารัก…

 

 

สินะ….?

 

.

.

 

ถ้ามีเวลามาเพ้อพกพรรณนาขนาดนี้ เอาเวลาไปย้ายของเข้าหอให้เสร็จๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ฮึ ไอ้ซึงฮยอน! ร่างสูงสะบัดหัวแรงๆ เรียกสติของตัวเองกลับมา คิดไปไหนต่อไหนกันเนี่ย…. เรานี่มันก็บ้าจริงเว้ย แขนยาวยืดเหยียดเพื่อบิดขี้เกียจ กายที่นอนเอกเขนกบนโซฟาสีดำตัวโปรดในห้องนอนขยับเล็กน้อยไล่ความเมื่อยล้าให้หายไป…

 

นี่เขานอนคิดเรื่องควอนจียงมานานเท่าไหร่แล้ว?

สิบนาที ยี่สิบนาที ครึ่งชั่วโมง หรือกี่ชั่วโมง?

 

ติดใจอะไรนักหนาก็ไม่รู้ อาจเป็นเพราะหลังจากวันนั้นเขาก็มีแต่ใบหน้านั่นลอยอวลอยู่ในมโนสำนึกตลอดเวลา… ใช่ วันนั้น.. วันที่ได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง….

หลังจากที่ถามชื่อของจียงไป… พวกเขาก็แนะนำตัวกันเพียงเล็กน้อย หมอนั่นเหมือนจะจำเขาไม่ได้…  หรืออาจจะได้ก็ไม่รู้ ซึงฮยอนกับจียงไม่ได้พูดถึงเรื่องสมัยก่อนแม้แต่เพียงคำเดียว… ตัวเขาเองก็รู้สึกไร้ประโยชน์ที่จะทักท้วง ทำไมกันนะ ก็แค่รู้สึก….. กลัว…

 

ถ้าจียงพูดว่าจำเขาไม่ได้จริงๆขึ้นมา….

 

เขากลัว…

 

 

ในวงสังสรรค์ดูแล้วจียงจะเป็นที่สนใจของทุกคน ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างเข้ามาชวนหมอนั่นคุย… ซึงฮยอนทำได้แค่จิบเหล้าและเคล้าคลอไปกับความเงียบงันของตัวเอง ไม่มีที่ให้แทรก… ระหว่างคนพวกนั้นกับจียง …..ถึงจะเคยร่วมเรียนสถาบันเดียวกันมาหนึ่งปี แต่ใช่ว่าพวกเขาจะรู้จักกันเสียเมื่อไหร่….. มันเป็นความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่นะ?

 

เขารู้จักจียง จียงอาจจะรู้จักเขา….

 

แต่เราไม่รู้จักกัน

 

ดังนั้นเรื่องที่จะหยิบยกขึ้นไปแทรกบทสนทนาของคนกลุ่มนั้น….. เขาไม่มีแม้แต่เรื่องเดียว…

สุดท้ายก็ได้แต่กลับบ้านตัวเปล่า…. โบกมือล่ำลา ส่งยิ้มให้… วันนั้นจบเพียงเท่านั้น…. แต่ทุกอย่างมันยังคาในใจเขาจนเก็บมาคิดถึงจนวันนี้ พับผ่าสิ… มีแต่เขาคนเดียวใช่มั้ยที่ทุรนทุราย

 

ทุรนทุรายทำไม?

คำตอบง่ายนิดเดียวแต่เขายังไม่อยากจะยอมรับตอนนี้

 

 

“…เหม่ออะไรลูก ซึงฮยอน……..”

เสียงอ่อนหวานสูงวัยเอ่ยขึ้นทำลายความคิด ซึงฮยอนเอี้ยวตัวหันหลังไปมองแม่ของเขาที่ยืนยิ้มอยู่ตรงกรอบประตู

ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นนั่งแล้วยิ้มตอบ

“เปล่านี่ ผมเก็บของแล้วเหนื่อยเลยมานอนพักนิดหน่อยเอง”

“จ้าๆ แล้วเก็บของเสร็จรึยัง”

“เหลืออีกกล่องนึงครับ จะเสร็จละ”

“ก็มัวแต่ชักช้าน่ะสิ มา แม่ช่วย” แม่ของเขาส่ายหน้าแล้วเดินเข้ามาในห้อง จัดการลำเลียงของใส่กล่องที่เหลือให้ ซึงฮยอนรีบปรี่เข้าไปทันที

“ไม่ต้องหรอกแม่ ผมทำเองได้”

“เอ๊ะ ลูกคนนี้นี่ ถ้าอย่างนั้นก็มาช่วยกันสิ จะได้เสร็จไวๆ”

เมื่อถูกคุณแม่ที่รักเอ็ดเข้า เขาจึงต้องจำใจนั่งแล้วช่วยแพ็คของโดยเร็ว….

 

.

.

.

 

“แล้วรู้รึยัง รูมเมทลูกเป็นใคร”

“ยังไม่รู้เลย เดี๋ยววันนี้ย้ายเข้าหอคงได้เจอกันเองแหละครับ”

ซึงฮยอนตอบคนข้างตัวแต่สายตายังไม่ละจากเส้นทางข้างหน้า มือกร้านหักพวงมาลัยเลี้ยวขวาแยกข้างหน้าพลางครุ่นคิด… รูมเมทของเขาจะเป็นคนแบบไหน? จะเป็นพวกสำมะเลเทเมาหรือเด็กเนิร์ดคร่ำครึทำตัวมืดมนรึเปล่า….

หอที่เขาเข้าไปอยู่เป็นหอนอกก็จริง… แต่ห้องหนึ่งต้องอยู่ถึงสองคน ถ้ามีเพื่อนก็สามารถจัดให้อยู่ห้องเดียวกันได้…. แต่เขาดันไม่มีเพื่อนหรือคนที่พอจะรู้จักอยู่มหาลัยเดียวกันเลยนี่สิ จึงต้องถูกจัดให้อยู่กับรูมเมทที่ไม่รู้จักอีกหนึ่งคน….. เขาเป็นคนง่ายๆ สบายๆ อยู่แล้วถ้าอีกฝ่ายไม่มารุกล้ำความเป็นส่วนตัวของเขามากมายนัก ก็คงจะอยู่กันได้…… ขอเถอะ อย่าให้ชีวิตอีกสี่ปีของซึงฮยอนต้องมาปวดหัวเพราะเรื่องเพื่อนร่วมห้องเลย…..

 

ก็แค่เรื่องคนๆนั้น ก็ทำให้เขาคิดมากจนหัวแทบแตกจะแย่……

 

ไม่เอาน่า… เผลอไม่ได้เป็นต้องคิดถึงเรื่องหมอนั่นทุกทีสิ ให้ตาย

 

เด็กหนุ่มที่ทำหน้าที่เป็นสารถีเทียบรถจอดด้านหน้าหอพัก ซึงฮยอนจัดการติดต่อให้คนของหอมาช่วยยกข้าวของๆ เขาขึ้นไปบนห้อง ส่วนเขากับแม่ก็คุยธุระเรื่องต่างๆ กับเจ้าของหอ เมื่อเสร็จเขาจึงต้องมาส่งแม่ที่รถคันเดิมเพื่อให้หล่อนขับกลับบ้าน…

“ลูกจะไม่เอารถที่บ้านไปใช้สักคันจริงเหรอ”

“มหาลัยผมใกล้แค่นี้เอง เปลืองค่าน้ำมันน่าแม่..”

ชายหนุ่มสุดที่รักส่ายหน้าพลางยิ้มละไม

เขาดึงดันปฏิเสธผู้เป็นแม่ที่จะพยายามยัดเยียดรถให้เขาด้วยกลัวจะไม่สะดวก…. แต่เรื่องการเดินทางไม่ใช่ปัญหาสำหรับซึงฮยอนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอรู้ว่าแม่นึกเป็นห่วงขนาดนี้ก็อดจะปลื้มใจไม่ได้….

ซึงฮยอนดึงตัวแม่ของเขาเข้ามากอด… แนบแน่นด้วยความรัก

“จะขยันกลับไปหานะครับ ไม่งั้นแม่ก็มาหาผมบ่อยๆนะ”

หญิงสาวสูงวัยแต่ยังคงเค้าความสวยลูบหัวชายเบามืออย่างเอ็นดู….

“ทำอย่างกับจะจากกันไปไกล เจ้าลูกคนนี้นี่”

“ก็คนมันรักนี่ โธ่…”

“จ้าๆ แม่ก็รักแกเหมือนกันแหละ ไปนะ”

“ขับรถกลับบ้านดีๆนะครับ”

ซึงฮยอนกล่าวคำอำลาสุดท้ายแล้วปิดประตูรถให้แม่ เมื่อรถเคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว เขาจึงหันหลังเดินกลับเข้าไปในหอ….

.

.

.

 

ห้อง 418 คือห้องของเขา…. ซึงฮยอนแตะคีย์การ์ดลงบนประตูก่อนจะผลักเปิดเบามือ สัมภาระทุกอย่างถูกยกขึ้นมาหมดแล้ว… กล่องกระดาษสามสี่ใบกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีน้ำเงินซัฟไฟน์….

นัยน์ตาสีดำสนิทกวาดมองรอบห้องอย่างสำรวจ….. ห้องที่เขาจองเป็นห้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในหอ… ใหญ่ใช้ได้อย่างที่คาดการณ์… ข้างหน้ามีครัวและอ่างล้างจานเล็กๆ ภายในมีโซฟาสีดำตัวยาวกับทีวีติดผนัง ลึกเข้าไปอีกเป็นเตียงสองเตียงกับโต๊ะอ่านหนังสือสองตัว… ทุกอย่างในห้องนี้มีเป็นชุดเข้าคู่กัน

ซึงฮยอนปรายตามองเตียงฝั่งขวาซึ่งทั้งผ้าปูเตียง ปลอกหมอนและผ้าห่มเป็นสีดำสนิท….. ชุดเครื่องนอนบ่งบอกลักษณะนิสัยอะไรบางอย่างของเจ้าของ ผ้าห่มผืนหนายับย่นและไร้ระเบียบ….. ห้องนี้รูมเมทคงย้ายเข้ามาอยู่ก่อนเขาแล้ว… สิ่งที่ยืนยันได้อีกอย่างคือเสียงฝักบัวในห้องน้ำด้านใน….. จะเป็นคนแบบไหน?

เขาเดินไปยังชั้นหนังสือไม้ซึ่งตั้งไว้ข้างโต๊ะเขียนหนังสือที่ถูกจับจองก่อนหน้า….. ไล่สายตาตามชั้นเพื่อสังเกตสันปกหลากหลายสีและขนาด ….หนังสือแฟชั่น ถัดไปเป็นปรัชญา และนิยายไซไฟน์…..

 

ไม่เห็นจะเข้ากัน…..

 

ชายหนุ่มพลิกหนังสือบนโต๊ะดูเล่นๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูห้องน้ำที่ดังขึ้น……

กลิ่นสบู่หอมอ่อนลอยอวลแตะจมูกซึงฮยอน…. เขาถอยหลังจากโต๊ะของผู้ร่วมห้องก้าวหนึ่งแล้วหันไปมอง……

 

 

หยาดน้ำหนึ่งหยดบนเส้นผมสีส้มตกลงบนพื้นพรม…..

 

สรรพสิ่งเงียบงันจนเขาสามารถได้ยิน…….. ก่อนที่เสียงก้อนเนื้อในอกจะเต้นโครมครามสนั่นหวั่นไหวจนหูเขาแทบหนวก….

 

“….นาย..”

ควอนจียง

เกือบจะเผลอหลุดปากออกไปว่าอยู่ห้องนี้เหรอ แต่คงดูโง่สิ้นดีในเมื่อก็เห็นอยู่ทนโท่ว่าอีกฝ่ายยืนอยู่…..

“ชเวซึงฮยอน…. นายเป็นรูมเมทฉันสินะ… ” อีกฝ่ายพูดแล้วเดินผ่านหน้าเขาไปนั่งลงบนขอบเตียง… ชั่วขณะที่ควอนจียงอยู่ตรงหน้า ซึงฮยอนแทบกลั้นหายใจ กลิ่นหอมอ่อนโชยปะทะจมูก ทำไมไม่รู้แต่มันทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาด….

ซึงฮยอนยืนตัวแข็งทำได้แค่ใช้สายตาจับจ้องคนบนเตียงสีดำ…. เรียวขาขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อคลุมอาบน้ำไขว้กัน ท่าที่ควอนจียงเอียงคอเช็ดผมและมองหน้าเขาไปพลางทำให้ต้องแอบลอบกลืนน้ำลาย….

ผิวผ่องละมุนตัดกับสีดำของเครื่องนอนดูเหมือนจะทำให้ควอนจียงคนนี้เรืองแสงได้….. ที่ดูกระจ่างชัดกว่านั้น เขารู้สึกว่ามันช่างเย้ายวน…..

เขาเบือนหน้าหนีจากกลุ่มผมสีส้มที่เปียกจนเรียบลู่…..

 

“ดี คิดอยู่ว่าถ้าเป็นคนอื่นคงแย่….”

“……………”

“นาย…. ไม่จัดของหรือ?”

“…..จัดสิ…”

 

แต่ขามันก้าวไม่ออก

 

เสียงสวบสาบของเตียงทำให้ซึงฮยอนรู้….ว่าคนบนเตียงลุกอย่างเชื่องช้าและกำลังเดินเข้ามาหา…. ควอนจียงในชุดคลุมอาบน้ำหยุดยืนตรงหน้า ห่างกันแค่เพียงลมหายใจ…..

“ยินดีที่ได้พบ.. เพื่อนร่วมห้อง…. ขอให้สี่ปีนี้ผ่านไปอย่างราบรื่นแล้วกันนะ”

มือขาวบางยื่นมาข้างหน้า พร้อมกับรอยยิ้มสว่างไสวถูกจุดขึ้น… ซึงฮยอนหายใจติดขัดเล็กน้อยพร้อมกับยื่นมือออกไปอย่างงกเงิ่น…..

 

“เช่นกัน……..”

 

.

.

.

 

“ซึงฮยอน นายเห็นแจ็คเกตตัวใหม่ที่ฉันซื้อมารึเปล่า?” เสียงแหลมห้าวเจือความร้อนรนเอ่ยขัด

ชายหนุ่มบนเตียงลดหนังสือในมือลงแล้วเงยมองเด็กหนุ่มผมสีส้มที่ทรุดนั่งลงบนเตียงเดียวกับเขา ใบหน้าของจียงงอง้ำ…. เห็นแล้วเขาก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมา

“วันก่อนนายฝากฉันไปส่งซัก แล้วบอกว่าขอฝากไว้ที่ตู้ฉันก่อนเพราะตู้เสื้อผ้านายเต็ม”

“จริงหรือ ฉันลืมไปเลย”

พูดจบเจ้าตัวก็รีบเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเขาแล้วรื้อค้นอย่างถือวิสาสะ ซึงฮยอนมองตามการกระทำนั้นแล้วเผยยิ้ม….

เขากับจียงเป็นรูมเมทกันมาได้สองสัปดาห์แล้ว…. ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี อาจเป็นเพราะจียงเป็นคนสนิทกับคนอื่นง่าย ถึงทำตัวสบายๆกับเขาได้อย่างรวดเร็ว… และความจริงข้อหนึ่งที่เขาได้ค้นพบเกี่ยวกับควอนจียงก็คือ…. จียงเป็นคนขี้ลืมมาก มากซะจนซึงฮยอนต้องแปลกใจ และทำให้เขาต้องกลายเป็นคนดูแลสิ่งต่างๆ ให้ควอนจียงคนนี้ไปโดยปริยาย…..

 

ระอาใจเหมือนกำลังดูแลเด็ก….. แต่ใช่ว่าเขาไม่เต็มใจ…

 

 

“ซึงฮยอน คืนนี้ไปเที่ยวกันมั้ย”

จียงที่กำลังสวมแจ็คเก็ตตัวนั้นจ้องหน้าเขา…. นัยน์ตาทอประกายระริก ซึงฮยอนรู้ว่านั่นไม่ใช่คำถาม แต่นั่นคือคำบอกเล่าและเขาต้องทำตาม….

“แต่ฉันยังอ่านหนังสือเล่มนี้ไม่จบ”

จากที่อารมณ์ดีตอนนี้อีกฝ่ายแปรเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง จียงส่งผ่านความไม่พอใจมาทางสายตาและใบหน้าที่เชิดรั้นนั้น…. ร่างเพรียวในแจ็คเก็ตสีดำตัวโคร่งปรายมองหนังสือในมือเขาอย่างจงเกลียดจงชัง…. ซึงฮยอนแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แล้วพลิกหน้าหนังสือต่อไป… จียงเดินลงส้นเท้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงแล้วเบียดตัวลงมานั่งข้างๆ

“นายเห็นหนังสือเล่มนี้ดีกว่าฉันหรือ?” น้ำเสียงทอดเอื่อยแต่แฝงไปด้วยความตัดพ้อ…

ซึงฮยอนพยายามอย่างยิ่งยวดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสังเกตว่าหนังสือในมือเขากำลังสั่น

“เปล่า”

“งั้นก็ไปเที่ยวกันสิ”

“………”

“นะ”

“ฉัน….”

“โอเค ซึงฮยอน นายอ่านหนังสือของนาย ฉันไปคนเดียวก็ได้ ส่วนวันนี้….. ไม่ต้องรอนะ ฉันคงไม่กลับห้อง”

คำพูดช่างขัดกับอารมณ์บนใบหน้า… จียงลุกพรวดแล้วตั้งท่าจะเดินไป แต่ถูกเขาคว้าข้อมือไว้ก่อน….. เวลางอนแล้วใช้มุขนี้ทุกทีสิน่า….

“ไปก็ได้……”

“ไม่อ่านหนังสือของนายแล้วหรือ?”

“หรือนายเปลี่ยนใจไม่อยากให้ฉันไปแล้ว?”

“ก็แล้วแต่นายจะคิด…”

“นายว่าฉันใส่ชุดไหนดีล่ะ?”

เจ้าของข้อมือเล็กในมือซึงฮยอนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว….. ยิ้มเหยียดเล็กนั้นมันทำให้คนมองต้องยิ้มตามไปด้วย…

 

 

เขาชอบเวลาจียงยิ้มมากกว่า……

 

.

.

.

 

 

บรรยากาศที่เริ่มคุ้นเคย…. ผับแห่งนี้ โต๊ะตัวนี้ และคนข้างๆ….

 

ทุกอย่างดูคุ้นตา เป็นเพราะจียงลากเขามาเที่ยววันเว้นวันตั้งแต่เป็นรูมเมทกัน…. เจ้าตัวดูเหมือนจะโปรดปรานการเที่ยวกลางคืนเป็นที่สุด แต่ทุกคืน จียงทำเพียงแค่ดื่มเครื่องดื่มของตัวเอง และชวนเขาไปเต้น… เมื่ออิ่มหนำสำราญก็กลับ แตกต่างจากนักท่องราตรีทั่วไป… ที่เป้าหมายคงเป็นพาใครสักคนในสถานที่แห่งนี้กลับไปด้วยเป็นแน่แท้…..

               

“นายไม่ชอบเที่ยวใช่มั้ย”

ควอนจียงซึ่งเมามายเอ่ยถาม… ใบหน้ากระจ่างภายใต้แสงสลัวเริ่มรื้นแดงไปจนถึงใบหู…. เป็นเพราะเขาสองคนห่างกันไม่กี่เซนติเมตรซึงฮยอนจึงสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย….

 

กลิ่นแอลกอฮอล์เจืออวลในอากาศ…. บ่งบอกว่าเจ้าตัวดื่มไปมากมาย……

 

และถึงแม้เสียงดนตรีจะดังขนาดไหน….. แต่เขาได้ยินเพียงเสียงของจียง….

 

“นายก็น่าจะรู้”

“อื้อ ฉันรู้…”

“แต่นายก็ชอบลากฉันมาอยู่เรื่อย…”

 

คนตรงหน้าหัวเราะน้อยๆ แล้วเอียงซบลงบนอกของซึงฮยอน…. แม้ว่าคนเมาจะทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัวแต่เขาไม่ได้รู้สึกหนักอะไรเลย เขารู้มาสักพักแล้วว่าจียงตัวเบาแค่ไหน… ถึงแม้วันๆจะชอบกินนู่นกินนี่ ปากไม่เคยว่าง แต่ทำไมยังผอมเกินไปอย่างนี้ได้ก็ไม่รู้….

 

 

“ก็ถ้านายไม่มา …ฉันก็ไม่อยากมาหรอก”

 

 

 

ไร้เสียงตอบรับใดๆ….. มีเพียงมือกร้านซึ่งลูบกลุ่มผมสีส้มเท่านั้นที่สื่อความหมาย……

 

 

 

ที่ควอนจียงคนเอาใจยากคนนี้อยากให้ซึงฮยอนมาเที่ยวด้วย อาจเป็นเพราะเหตุนี้กระมัง……

“จียง ถึงแล้วนะ เฮ้ พอจะเดินเองไหวมั้ย”

ซึงฮยอนตบเบาๆบนแก้มนุ่มของคนที่นอนหนุนตักเขาอยู่…. อีกฝ่ายหลับตาพริ้มขมวดคิ้วมุ่นเหมือนขัดใจส่งเสียงอืออาแล้วขยับตัวหันหน้าเข้ากับหน้าท้องเขาแล้วกอดเอวซึงฮยอนไว้แน่น…. เฮ้ย หน้าอ่ะหน้า เอาไปไว้ตรงไหน! อันตรายแล้วนั่น…..

ชายหนุ่มตาลีตาเหลือกจับใบหน้าคนที่นอนเหยียดยาวให้พ้นจากรัศมีอันตรายแล้วกุมขมับ…. ลงอีหรอบนี้ทุกทีเวลาควอนจียงเมา

 

“แฟนเราคงเมาไม่ได้สติแล้วล่ะพ่อหนุ่ม อุ้มไปเถอะ”

ลุงคนขับแท็กซี่ที่คอยสังเกตสถานการณ์อยู่นานพูดขึ้นมา คำว่า ‘แฟน’ ทำให้ซึงฮยอนยิ้มแหย….. จียงจะเป็นแฟนเขาได้ยังไง ก็เจ้านี่เป็นผู้ชาย…. แต่สิ่งที่ติดอยู่ในความคิดของซึงฮยอนมากกว่านั้นก็คือ จียงตัวเล็กถึงขนาดเข้าใจผิดเลยหรือว่าเป็นผู้หญิง…..

เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกแล้วตัดสินใจทำตามอย่างที่ลุงคนขับแท็กซี่บอก….. อุ้มก็อุ้มวะ…

 

กว่าจะมาถึงห้องได้นั้นลำบากไม่น้อย….. ถึงแม้จียงจะตัวเบา… แต่ใช่ว่าเจ้าตัวจะอยู่เฉยให้เขาอุ้มขึ้นมาง่ายๆ… ใบหน้ายามหลับใหลซุกไซ้กับแผ่นอกของเขาแล้วถูไถไปมา…. มันทำให้ซึงฮยอนแทบบ้า บ้าเพราะกลัวคนที่หลับไม่รู้เรื่องจะตื่นมาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามจนหนวกหูนี่

“อยู่นิ่งๆสิจียง”

“อือ….”

 

พอเข้ามาในห้องได้นั้นถึงกับโล่งอก เป้าหมายต่อไปคือวางตัวป่วนให้นอนดีๆบนเตียง แต่พอซึงฮยอนจะวางร่างในวงแขนลง จียงกลับดิ้นขึ้นมาทำให้เขาเสียหลักล้มลงไปบนเตียงเดี่ยวแคบนั้นไปด้วยอย่างหมดท่า…. การดูแลผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นเด็กทำให้เขาจะปวดหัว อยากปลุกตัวป่วนขึ้นมาแล้วจับตีก้นซะให้เข็ดหลาบนัก!

พูดไปก็ใช่ว่าจะทำได้จริง…. สุดท้ายก็ต้องเงยมองอีกคนด้วยใจที่สุดท้ายก็นึกห่วง…. พอเห็นอีกฝ่ายนอนแผ่หลาอมยิ้มอยู่ก็อดจะถอนใจไม่ได้…. เฮ้อ ควอนจียงคนนี้ทำให้เขาหัวปั่นได้เหมือนกับควอนจียงคนนั้นเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิด….

ซึงฮยอนหยัดตัวจะลุกขึ้นไปนอนบ้างแต่กลับโดนคนบนเตียงใช้แขนยึดตัวไว้…. ขาเรียวนั้นก็ก่ายซะจนคิดจะขยับก็ขยับไม่ได้…. เขาตกใจไปเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังคนข้างตัวที่หลับตาพริ้มพร้อมหายใจสม่ำเสมอ…. นี่หลับจริงหรือคิดจะแกล้งกัน?

ทำไมถึง…..

เขาพยายามจะดิ้นให้หลุด แต่อีกฝ่ายก่ายเกาะเขาแน่นเสียยิ่งกว่าขนมตังเม….. ควอนจียงนะควอนจียง…. มานอนกอดกันบนเตียงแคบๆแบบนี้มัน……

“เฮ้อ……”

ไม่รู้ซึงฮยอนถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่แล้วของวัน แต่ทุกครั้งต้องเป็นเพราะควอนจียงคนนี้เสมอ….

 

ในสถานการณ์แบบนี้ควรจะใช้คำว่าอะไรดี?

 

เลยตามเลย?

 

ซึงฮยอนบอกกับตัวเองว่าไม่ใช่ความผิดของเขา….. ทั้งเขาและจียงเป็นผู้ชายเหมือนกัน และที่สำคัญหมอนี่มากอดเขาไม่ยอมปล่อยก่อน….

คิดได้ดังนั้นจึงยกหัวสีส้มนั้นขึ้นแล้วพาดแขนให้คนที่หลับไม่รู้เรื่องนอนหนุน…. ดูท่าควอนจียงจอมขี้เมาจะพอใจจึงส่งเสียงครางอือในลำคอแล้วเบียดซุกตัวเข้าหาเขามากขึ้น…..

 

 

ซึงฮยอนยิ้ม… หลับตา…. และเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกันบนเตียงนอนสีดำ……

 

               

.

.

.

 

เขาฝัน…. ฝันว่าจียงเรียกเขา ยิ้มให้เขา และจูบเขา…..

 

ควอนจียงเมื่อครั้งยังเด็กช่างแสนน่ารัก….. แต่ควอนจียงในตอนนี้ช่างยั่วเย้า….

 

“ซึงฮยอน…. ฉันอยาก…..”

 

เสียงแหลมนั้นช่างหวานหู….

 

 

 

ซึงฮยอนกระพริบตาปริบมองเพดานสีขาว….. ภาพของความฝันยังแจ่มชัดอยู่ในสมอง…. แต่สิ่งที่รู้สึกในตอนนี้คือน้ำหนักบนตัวและแขนเขาเอง…. ดวงตาสีนิลก้มมองคนที่กอดก่ายตน….

“นายตื่นแล้วเหรอ”

จียงตื่นก่อนเขา…. และดูท่าจะตื่นนานแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกายจับจ้องเขาไม่วางตา…. มันทำให้ซึงฮยอนเก้อจนทำอะไรไม่ถูก

“…. เอ่อ ตื่นนานรึยัง”

“อือ ตื่นก่อนนายแปบเดียวเอง”

จียงตอบก่อนจะหลับตาแล้วซุกหน้าคล้ายจะนอนต่อ….

“เอ่อ……” แล้วทำไมจียงไม่ให้เขาลุกสักที…. เมื่อคืนยังพอทน แต่ตอนนี้มีสติครบแจ่มแจ้งทั้งคู่แล้ว ไม่ให้รู้สึกอะไรก็คงแปลก….

“อะไรเหรอ”

“ฉัน… ลุกไม่ได้…..”

จียงเกยคางบนอกซึงฮยอนแล้วจ้องตาแป๋วอย่างใสซื่อ….. แต่มองดูแล้วคนๆนี้ช่างร้ายกาจกว่าที่เห็นนัก…..

 

“รังเกียจหรือ?” เสียงแหลมลากยาว….

เขาไม่แน่ใจว่านี่ใช่ประโยคคำถามรึเปล่า เพราะมันไม่มีช่องว่างให้เขาได้ตอบเลยสักนิด……

“……………”

 

“ซึงฮยอน ฉันชอบนาย”

อะไรนะ?

เขาตื่นตะลึง…. มองคนที่นอนเกยคางบนตัวยิ้มอย่างสบายใจเฉิบอย่างไม่เข้าใจราวกับพูดกันคนละภาษา…

ควอนจียงสำหรับชเวซึงฮยอน….. ปกติก็ดูเจ้าเล่ห์อยู่แล้ว แต่ในตอนนี้ ทำไมเขารู้สึกว่าคนๆนี้ช่างน่ากลัว…. ใช้ใบหน้านั้นหลอกล่อ สายตาซึ่งยั่วเย้า และริมฝีปากเวลาเหยียดยิ้มก็เหมือนสะกด

 

…..ทำให้เหยื่อติดกับดักด้วยตนเอง

 

“ตกใจอะไรกัน นายไม่รู้หรือ?”

“ฉัน….”

เขาจะไปรู้ได้อย่างไร ควอนจียงเคยบอกเขาซะเมื่อไหร่ แล้วเรื่องแบบนี้… เป็นเรื่องที่ควรเข้าข้างตัวเองงั้นหรือ?

“นาย? นายจะบอกว่าก็ชอบฉันเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ?”

เขามั่นใจว่าตัวเองซ่อนความรู้สึกเก่ง…. แต่ไม่ใช่กับควอนจียง… จียงอ่านเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง…. ซึงฮยอนพ่ายแพ้หมดรูป… แพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งแล้วด้วยซ้ำ….

เมื่อใบหน้าใสบนอกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวแล้วยักคิ้วส่งมา ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นนักสู้มือเปล่า ไม่มีอะไรจะไปสู้กับคนที่อาวุธครบมืออย่างควอนจียงเลยแม้แต่นิดเดียว…..

 

“เอาล่ะ ฉันชอบนาย นายก็ชอบฉัน งั้นเรามาคบกันมั้ยล่ะ”

“…………..”

“ถึงแม้จะเร็วไปหน่อย แต่ค่อยๆ เรียนรู้กันไปก็แล้วกัน”

 

ซึงฮยอนนอนมึนงง นิ่งไม่ขยับ……. เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ต้องทำอย่างไร ต้องพูดอะไร….. ในเมื่ออีกฝ่ายพูดเองเออเองสรุปเองทุกอย่างซะขนาดนั้น…. เด็กหนุ่มนอนอ้าปากเหวอ… สายตามอง ‘แฟน’ ของเขาที่นอนยิ้มอย่างมีเลศนัย สมองแทบไม่ประมวลผลอะไรใดๆ

ได้สติขึ้นมาอีกครั้งแล้วแทบจะหลุดหายไปทั้งวิญญาณทันทีเมื่อมีสัมผัสนุ่มที่ปลายคางของเขา…. ควอนจียงจรดริมฝีปากลงตรงนั้น…. ริมฝีปากบางเฉียบที่ชอบเหยียดยิ้มพึงใจ….. เพียงเสี้ยววินาทีแล้วถดถอยออก…. นัยน์ตาของคนบนร่างพราวระยับ เย้ายวนและขบขัน…..

 

จียงจูบเขา แล้วกลับมานอนเกยคางบนอกหัวเราะในลำคอ…….

 

เสียงสรวลแหลมนั้นทำให้ชเวซึงฮยอนอยากกัดลิ้นตายเสียตรงนี้……

 

“ซึงฮยอน… หัวใจนายเต้นแรงเป็นบ้า”

 

จียงส่งยิ้มให้เขา…… ยิ้มกว้างจนตาหยี……..

 

 

“ซึงฮยอน ฉันชอบนาย” เสียงหวานอู้อี้อยู่บนอก พร้อมแรงกอดรัดแน่นขึ้นจนรู้สึกได้……

 

ซึงฮยอนก้มลงมองแฟนของเขา…….

 

 

 

“เหมือนกัน…..”

 

เสียงหัวเราะชอบใจดังแผ่วให้ได้ยิน……..

 

ซึงฮยอนยิ้ม………

 

 

 

จียงกำลังมีความสุข……

 
 
 
 
 
 
 
FIN.
 
 
 
 
 
 
อยากเขียนมาสักพักละ ฟิคที่จียงคาแรคเตอร์แบบจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน มันน่ารักดี...
ขอบคุณที่กรุณาเข้ามาอ่านค่ะ:)
 


edit @ 17 Apr 2012 23:13:01 by walnut;GD.